2007/Sep/09

หายหน้าหายตากันไปพักใหญ่ ๆ โดยไม่ได้อัพเดทข่าวสารเด็ก ๆ ค่ายจอห์นนีส์ทั้งในโฮมเพจและในบล๊อคในระหว่างที่เข้าสู่ภาวะซบเซาkitsune เลยถือโอกาสกลับมาอัพเดทบล๊อคสักหน่อย อาจจะยังไม่ได้เริ่มแปลข่าวต่าง ๆ ในทันที แต่ก็ขออัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันของ kitsune ก่อนแล้วกัน

ช่วงที่หายไปนี้kitsune เริ่มศึกษาการลงทุนอย่างจริงจัง โดยศึกษาจากหนังสือและเว็บบอร์ดต่าง ๆ จากที่ไม่รู้อะไรเลย ได้เริ่มลงทุนในกองทุนรวม(Mutual Fund) เป็นครั้งแรก ซึ่งแค่กองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศเองยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งกองทุนที่ลงทุนในตราสารตลาดเงินกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้กองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน(หุ้น)กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนแบบผสม กองทุนRMF กองทุนLTF ฯลฯ แต่ละกองทุนก็มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกันไปจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน เพราะเมื่อลงทุนไปแล้วจะได้จะเสียก็เป็นเงินของเราที่อุตส่าห์อดออมมาเอง

ในภาวะเศรษฐกิจที่ดอกเบี้ยธนาคารมีแต่ต่ำลงทุกวัน ๆ kitsuneได้ตัดสินในลงทุนในกองทุนเปิดที่ลงทุนในตราสารตลาดเงินเป็นกองทุนแรกเพราะเป็นกองทุนประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง สามารถขายคืนได้ทุกวันทำการ(ขอไม่บอกว่าธนาคารอะไร เพราะทุกธนาคารมีกองทุนประเภทนี้ทั้งนั้น และผลตอบแทนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่)ผลจากการลงทุนเฉลี่ยได้เงินเพิ่มขึ้นประมาณวันละบาทกว่า ๆ ต่อเงินลงทุนหนึ่งหมื่นบาท อืมม์..ไม่เลว ความเสี่ยงต่ำดีด้วย แต่มีข้อควรระวังตรงรายละเอียดการลงทุนนั้นมีลงทุนในตราสารใดที่มีความเสี่ยงต่อหนี้สูญหรือไม่อย่างไร โดยเราสามารถศึกษาได้จากหนังสือชี้ชวน(สามารถดูได้จากโฮมเพจของบลจ. หรือขอกับทางธนาคารต้นสังกัด)ต่อมาก็รู้สึกว่ารับความเสี่ยงได้เพิ่มมากขึ้น จึงขยายการลงทุนไปลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งมีผลตอบแทนมากกว่าตราสารตลาดเงินขึ้นมาหน่อย สภาพคล่องลดลงนิดนึง โดยสามารถขายคืนได้เดือนละครั้งเท่านั้น ซึ่งผลตอบแทนก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าพอใจเลยหล่ะ

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ kitsune เข้าใจได้ลึกซึ้งถึงคำกล่าวที่ว่า "มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนตราสารเงิน" ขึ้นมา โดยที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายมาเป็นระลอก ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเงินที่ควรจะเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ กลายเป็นลดลงทุกวัน ๆ จนเมื่อ kitsuneทำการขายคืนทั้งหมดนั้นกำไรที่ได้ก็เหลือน้อยเต็มที (ยังดีนะที่ถอนตัวออกมาได้ทันก่อนจะขาดทุน) ทำให้kitsune ได้เรียนรู้ว่าในช่วงที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยสูงนั้น ควรจะติดตามข่าวสารให้ใกล้ชิดหน่อย ถ้าไม่แน่ใจให้สับเปลี่ยนกองทุนมาเป็นกองทุนตราสารตลาดเงินก่อนเพื่อความปลอดภัย ได้เงินน้อยหน่อยดีกว่าขาดทุน!!

ต่อมา kitsune ก็ได้ทดลองลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน(หุ้น) โดยตัวแรกที่ลงทุนก็เป็นกองทุนหุ้นแบบPassive โดยอิง SET50 เป็นหลัก ผลปรากฎว่าได้ผลกำไรดีกว่าตราสารแห่งหนี้เสียอีก แต่มีความยากตรงที่เราต้องดูแนวโน้มตลาดหุ้นให้ถูกต้อง เข้าซื้อตอนที่คาดว่าตลาดหุ้นจะติดลบ หรือ ลงต่ำจนถึงที่สุดแล้ว และขายตอนที่ตลาดหุ้นขึ้นสูง ส่วนกำไรที่ได้มาก แต่ถ้าเข้าผิดจังหวะ คือไปเข้าตอนที่ตลาดหุ้นอยู่จุดสูงสุดแล้ว วันต่อ ๆ มามีแต่ต่ำลง ๆ ก็จะต้องมาหาวิธีแก้ โดยการซื้อถัวเฉลี่ยบ้าง ขั้นเลวร้ายก็อาจจะต้องขายทิ้งขณะที่ยังขาดทุนน้อย ๆ ดีกว่าทนถือไปจนขาดทุนมาก เรียกว่าตั้งแต่เข้ากองทุนหุ้นเนี่ย ต้องทำการบ้านมากกว่าเดิมหลายเท่าเลยหล่ะ แต่ kitsune ยังไม่เคยถึงขนาดต้องขายขาดทุนนะ มีแต่ได้กำไรน้อยเท่านั้นเอง เหอ ๆ จากนั้น kitsune ได้ลองลงทุนในกองทุนหุ้นแบบ Active ดูบ้างเพราะอยากรู้ถึงความแตกต่าง เพราะอ่านในทฤษฎีก็รู้แต่เพียงว่ากองทุนแบบ Passiveเป็นกองทุนที่พยายามให้ผลการดำเนินงานของกองทุนเหมือนกับดัชนีที่กองทุนนั้นอ้างอิง คือ SET50เป็นหลักส่วนกองทุนแบบ Activeเป็นกองทุนที่พยายามให้ผลการดำเนินงานเอาชนะตลาดให้ได้ เมื่อได้ทดลองลงทุนด้วยตัวเองแล้วปรากฎว่ากองทุนแบบ Activeถือแล้วสบายใจกว่ากองทุน Passiveมาก โดยเราไม่ต้องติดตามดูแบบใกล้ชิดก็ได้ เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ส่วนกองทุน Passiveนั้นเหมาะสำหรับเล่นเก็งกำไรระยะสั้นเวลาซื้อแล้วติดตามใกล้ชิดหน่อยก็ดี แต่กองทุนทั้งสองแบบก็มีข้อเสียตรงที่เราจะรู้ราคาของกองทุนที่เราซื้อได้ก็เมื่อปิดตลาด จบวันนั้นแล้วเท่านั้น ซึ่งในระหว่างวันหุ้นอาจจะขึ้นตอนเช้า ลงตอนบ่าย กระชากลงตอนปิดตลาดก็ได้ ทำให้คาดการณ์ราคาหน่วยลงทุนได้ลำบาก

kitsune เลยตัดสินใจลองโดดลงไปลองซื้อขายจริงในตลาดหุ้นดู บอกได้เลยว่าต้องทำการบ้านมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จนไม่มีเวลาตามข่าวเด็ก ๆ ค่ายจอห์นนีส์เลย มีทั้งกำไร ทั้งขาดทุนกันไป วัน ๆ ก็ต้องคอยติดตามข่าวต่าง ๆ วิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ว่าแนวโน้มตลาดจะไปทางไหน ทำให้คิดว่าบางที kitsune อาจจะไม่เหมาะกับตลาดหุ้นก็ได้ แต่ยังไง kitsune ก็คงจะลองศึกษาดูอีกสักพักแล้วกัน ตอนนี้ก็กำลังเล็ง ๆ กองทุนเปิด ETF กองแรกของไทยคือ TDEX อยู่ เพราะสามารถซื้อขายได้ในระหว่างวัน รู้ราคาที่เราจะซื้อได้เลย ไม่ต้องรอให้จบวันก่อน คงต้องรอให้ราคาลงมากกว่านี้ถึงจะลองซื้อหล่ะ แล้วผลเป็นงัย kitsune คงจะมาเขียนไว้ใน Blog. คราวหน้าแล้วกัน

2007/Mar/22

หลังจากที่หายหน้าหายตาไปจากสังคมเน็ทเบื้องหน้ามาได้พักใหญ่ ๆ เพราะมัวแต่ศึกษาเกี่ยวกับการรักษาและส่งเสริมสุขภาพให้น้องเป๋าฯ แข็งแรงพอที่จะให้อีตาคุณจอห์นนีส์กลั่นแกล้งได้อย่างเต็มที่อยู่ทางเน็ทเบื้องหลัง (คงต้องศึกษากันไปอีกสักพักเลยหล่ะ ช่วงนี้ kitsune เป็นนินจา หายตัวแว๊บ ๆ หุ หุ) ก็มานึกได้ว่าน่าจะเขียนเกี่ยวกับอาการโรคบวม ๆ ของ kitsune สักหน่อย เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนว่าน่าจะเจอสาเหตุแล้วหล่ะ

หลังจาก kitsune ต้องใช้ชีวิตบวม ๆ มาหลายเดือน ตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมาจนถึงมี.ค.ประจำเดือนขาด พอปรึกษาหมอที่ตรวจดูอาการให้ หมอก็จับ kitsune ส่งต่อให้คุณหมออีกท่านนึงที่ชำนาญในด้านฮอร์โมน พอคุณหมอเห็นประวัติการตรวจรักษาปุ๊บ ก็ขอตรวจภายในปั๊บเลย อึ๋ยย์...มะอาวอ่ะ จะเอาอารายมาเสียบเข้าไปส่องดู กลัว ๆ กะลังจะอ้าปากบอกหมอว่า "ม่ายอาว...นอกจาก kitsune จะเป็นจิ้งจอกกลัวเข็มฉีดยาแล้ว kitsune ยังกลัวการผ่าตัด เอาโน่น เอานี่เข้าไปในร่ายกายอ้วน ๆ บวม ๆ ด้วยอ่ะ" คุณหมอก็ชิงถามก่อนว่า "จะเลือกส่องกล้อง หรือ ส่องพุงดี" (จริง ๆ แล้วถามว่า ส่องท้อง อ่ะ เหอ ๆ) kitsune ตอบโดยไม่ต้องให้ถามซ้ำเลยว่า "ส่องพุง" หมอเลยไล่ให้ไปกินน้ำสักสองสามลิตร ให้กระเพาะปัสสาวะมีน้ำมาก ๆ พูดง่าย ๆ คือจะส่องพุงได้ต้องให้รู้สึกปวดฉี่มาก ๆ นั่นแหล่ะ ม่ายงั้นอัลตร้าซาว์ดไม่เห็น kitsune เลยต้องเกิดอาการรักตู้น้ำดื่ม ไปนั่นใกล้ ๆ พอดื่มน้ำหมดแก้วนึงก็เปิดแก้วใหม่ ดื่มจนจุกก็แล้ว ยังไม่เกิดอาการจนชั่วโมงครึ่งให้หลัง เอาหล่ะสิ เริ่มเกิดอาการ พอบอกพยาบาลแถวนั้น...OH NO!!!...เพิ่งมีคนเข้าไปอัลตร้าซาว์ด ดูเบบี๋ เอง ต้องรอห้องว่างอีกพักใหญ่ ๆ เลย จากนั้น พอได้เข้าห้อง ก็นึกว่าคุณหมอจะมาส่องพุงทันที เสร็จเร็ว ๆ จะได้เอาที่กลั้นไว้ออก (>_<) ที่ไหนได้หมอติดคนไข้อีก (T_T) ปล่อยให้จิ้งจอกนอนกระสับกระส่ายอยู่ตั้งสิบกว่านาทีแหน่ะ แง....

ก่อนส่อง คุณหมอก็เอาเจลเย็น ๆ ทาที่พุงเสร็จแล้วเอาเครื่องมือมาแตะ ๆ ที่ท้องน้อย แล้วชวน kitsune ดูใหญ่เลยบอกว่าตรงนี้คืออะไร แล้วก็ส่องเม็ดกลม ๆ ขนาด 2เซ็นต์ บอกว่าเนี่ยเป็นซีส หรือ ถุงน้ำในรังไข่ แล้วก็ทำการถ่ายภาพเอาไว้ แถมด้วยการส่องอวัยวะภายในข้างเคียงให้ดูอีก อึ๋ยย์ (-x-)อยากจะไปเข้าห้องน้ำจะแย่อยู่แล้ว อย่าเพิ่งชวนคุยก็มะด้าย พอส่องกล้องจนพอใจแล้ว คุณหมอก็ออกไป kitsune ก็รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วถามพี่พยาบาลอย่างเร่งด่วนว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน...เสร็จแล้วรีบวิ่งไป ที่ไหนได้หาไม่เจอ ต้องถามพี่พยาบาลแถว ๆ นั้นจนเจอห้องน้ำที่แอบไปตั้งอยู่ใกล้ ๆ ห้องตรวจ มองเผิน ๆ นึกว่าเป็นห้องตรวจเลยหล่ะ จากนั้นก็เข้าไปฟังผลวินิจฉัยจากคุณหมอ ใจก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กลัวโดนเจื๋อนอ่ะ คุณหมอก็แสนจะรู้ใจ บอกก่อนว่าไม่ต้องกังวล ไม่ต้องผ่าตัด ถุงน้ำที่เกิดขึ้นน่าจะเนื่องมาจากไข่ไม่ตก วันนี้ยังไม่ทำการรักษาเพราะจะขอดูผลตรวจเลือดก่อน ให้ไปเจาะเลือด จ่ายตังค์แล้วกลับบ้านได้ อาทิตย์หน้ามาใหม่อีกที พอไปจ่ายตังค์...โดนคุณหมอแกล้งน้องเป๋าฯไปหกพันกว่าบาท kitsune เลยเกิดความรู้สึกซาบซึ้งกะแพ๊คเกจสวัสดิการพนักงานที่บริษัทมีให้ก็งานนี้แหล่ะ เพราะสำรองจ่ายไปก่อนแล้วเบิกได้เต็มจำนวน ว่าแล้ว kitsune ก็ใช้บัตร Credit Card รูดปี๊ด ๆ เก็บพอย์ทไปตามระเบียบ ฮี่ย ๆ

อาทิตย์ต่อมา kitsune ก็ไปหาคุณหมอตามนัด ตื่นเต้น อยากรู้ว่าผลตรวจเลือดเป็นงัย เกิดคุณหมอตรวจเจอว่าเราเป็นพาหะนำเชื้อจอห์นนีส์ผ่านทางเว็บไซท์ คุณหมอจะจับเราฉีดยากำจัดเชื้อไปไม๊น๊า...ออกนอกเรื่องมากไปแล้ว กลับมา ๆ พอเข้าห้องตรวจ คุณหมอก็ถามอาการว่ามีอะไรมั๊ยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา kitsune ก็เล่าอาการไปตามปกติ กินยาแก้บวมทุกเช้า รอบเดือนก็ยังขาดอยู่ คุณหมอเลยเริ่มเล็คเชอร์ให้ฟัง kitsune จำได้บ้างไม่ได้บ้าง สรุป ๆ เลยก็คือจากผลการตรวจฮอร์โมนในเลือด kitsune มีฮอร์โมนตัวนึงสูงมาก ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีผลทำให้ไข่ไม่ตก เลยโยงไปถึงฮอร์โมนอีกตัวนึงที่ทำหน้าที่ขับน้ำมีต่ำมากเพราะฮอร์โมนตัวนี้ร่างกายจะผลิตขึ้นมาหลังจากรอบเดือนหมดแล้ว คุณหมอเลยให้ยาลดฮอร์โมนตัวที่มากแล้วก็เพิ่มฮอร์โมนตัวที่น้อย หลังจากทานยาหมดทั้งชุดแล้ว จากนั้นไม่กี่วัน รอบเดือนควรจะมา แล้วให้ไปพบหมอติดตามอาการอีกทีหลังอาทิตย์ที่รอบเดือนหมด หลังจากทำการนัดวันตรวจครั้งต่อไปแล้ว ก็ไปทำร้ายน้องเป๋าฯ ตามระเบียบ คราวนี้ถูกลงมาหน่อยแค่เกือบๆ สองพัน รูดปื๊ด ๆ แล้วส่งเรื่องเบิกค่ารักษาต่อไป ฮี่ย์ ๆ

ป.ล.ตอนแรกกะว่าปลายเดือนมี.ค.จะบินไปดูคอนฯ TOKIO ที่ญี่ปุ่นซะหน่อย ปีนี้ไม่มีคอนฯฤดูใบไม้ผลิเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มวงมาซะเนี่ย(T_T)kitsune เลยใช้ให้เงินจำนวนนั้นไปทำงานซะเลย จะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางนอกจากเงินเดือนอันน้อยนิดหุ หุ

2007/Feb/04

ข่าวนี้ลงหนังสือพิมพ์ฉบับลงวันที่ 21ม.ค.ค่ะว่าเมื่อวันที่20 ม.ค.ที่ผ่านมาที่ 「恵比寿ガーデンシネマ」 "Ebisu Garden Cinema" ได้มีการแถลงข่าวว่าภาพยนตร์เรื่อง 「僕は妹に恋をする」 "Boku wa Imouto ni Koi wo suru" ที่หนุ่ม 「松本 潤」 "Matsumoto Jun" หรือ「松潤」 "Matsu Jun" 1 ใน 5 หนุ่มแห่งวง「嵐」 "ARASHI" แสดงนำนั้นจะลงโรงภาพยนตร์ในประเทศไต้หวัน และในขณะนี้ได้มีตัวแทนจำหน่ายจากประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย ฮ่องกง มาเลเซีย ฯลฯ ยื่นข้อเสนอในการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการตกลงกันอยู่ ซึ่งหนุ่ม Matsu Jun เมื่อได้ยินดังนั้นถึงกับพูดอย่างตกใจว่า "น่าตกใจมากเลย ยอดไปเลยนะครับเนี่ย ถึงแม้ว่าจะมีวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมแตกต่างกันแต่ก็คิดว่าความรู้สึกสามารถสื่อถึงกันได้ครับ"

ป.ล.ข่าวคราวการแพร่ภาพในไทยตอนนี้ยังไม่มีออกมา อยากดูเร็ว ๆ จังเลย

日刊: 松本潤主演映画アジアで公演へ
スポーツ報知: マツジュンにアジアからオファーきた
サンスポーツ: 松本潤主演映画「僕は妹にー」が海外公演・・・榮倉奈々と大喜び
デイリースポーツ: 松本潤アントワネットよりこっち
中日スポーツ: 「嵐」松本台湾配給に感激 「僕は妹に恋をする」初日