2006/Dec/14

Series: NOG-ROBถือเป็นบทเสริมของ Series: All-About-Johnnys โดยในหมวดนี้จะไม่ได้เขียนถึงเด็กจอห์นนีส์โดยตรง แต่จะเขียนเรื่องรอบตัวพวกเราแฟน ๆ ที่หลงเสน่ห์เด็กค่ายนี้เนี่ยแหล่ะ นอกรอบบทที่ 1 ตอน เป็นแฟนเด็กจอห์นนีส์ต้องอดทน นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเมื่อไม่นานมานี้ kitsune มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนSMAP SHOP (บอกก่อนว่า kitsune เป็นแฟนTOKIO ค่ะ ไม่ได้เป็นแฟนSMAP) ที่ต้องต่อแถวเข้าคิวเกือบวันทำให้เกิดชื่อตอนนี้ขึ้นมาได้ค่ะ

「ジャニーズ・ファン」 "Johnny's Fan" "แฟนเด็กจอห์นนีส์" ถึงจะต่างภาษากัน แต่คำเหล่านี้สื่อความหมายไปในแนวเดียวกันได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าถูกเรียกด้วยคำเหล่านี้ความหมายที่จะถูกแปลออกมาได้คงไม่พ้น "พวกบ้าดารา" "พวกบ้าดาราญี่ปุ่น" "พวกชอบคนหน้าตาดี" ฯลฯเหล่านี้kitsune เคยโดนว่ามาด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือในญี่ปุ่นถึงแม้ว่าในสังคมการเป็นแฟนดารา คนดัง คอยติดตามผลงานต่าง ๆ จะเป็นเรื่องปกติ แต่การ "เป็นแฟนเด็กจอห์นนีส์" นั้น โดยภาพรวมแล้วดูเหมือนว่าจะติดภาพว่ามี "ความร้ายกาจ" อยู่พอสมควรในทุกประเทศ ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว "ความร้ายกาจ" ที่สังคมรับรู้นั้นจะเป็นพฤติกรรมของแฟน ๆ กลุ่มหนึ่งจากแฟน ๆ ทั้งหมดเท่านั้นก็ตามแต่ก็ถูกเหมารวมเหมือน "ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง" จนได้ ดังนั้นความอดทนอย่างแรกเลยที่แฟนเด็กจอห์นนีส์ต้องอดทนคือ อดทนต่อสายตาของสังคม

นอกจากจะต้องอดทนต่อสายตาของสังคม (ในกรณีที่เปิดเผยตัวว่าเป็นแฟนเด็กจอห์นนีส์) แล้ว เรื่องต่อมาที่แฟนเด็กจอห์นนีส์ในไทยอย่างเรา ๆ จะหนีไม่พ้นเลยคือ อดทนต่อการตามข่าว รวมทั้งการขวนขวายหาข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ด้วย เพราะเราเป็นแฟนที่อยู่ต่างประเทศ ต่างทั้งชาติ ต่างทั้งภาษา (แต่ก็ยังมาหลงรักหนุ่ม ๆ ค่ายนี้ได้ เหอ ๆ ) ความพยายามในการติดตามข่าวสารต้องมีความอดทนมากกว่าแฟน ๆ ในญี่ปุ่นอีกเท่าตัวหรือหลาย ๆ เท่าตัวเลยทีเดียวถึงจะมีข่าวที่อัพเดททันญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นข่าวละครเรื่องใหม่ ข่าวรายการใหม่ ข่าวคอนเสิร์ต โฆษณาชิ้นใหม่ ผลงานใหม่ ฯลฯ เพราะถ้าคอยตามนิตยสารที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอารูปเด็กจอห์นนีส์มาขึ้นปก ลงในเล่มอย่างหน้าตาเฉย แล้วแปลข่าวล้าหลังประมาณเดือนสองเดือนมาลงหล่ะก้อ ตกข่าวอย่างถึงจะรีบตามเก็บยังงัยก็ไม่ทันแน่นอน

ต่อมาก็ต้อง อดทนต่อสื่อไทยที่หากินบนหลังเด็กจอห์นนีส์ อย่างที่เห็นชัด ๆ ก็คงไม่พ้น นิตยสารที่ละเมิดลิขสิทธิ์เอารูปเด็กจอห์นนีส์มาขึ้นปกและลงในเล่มอย่างหน้าตาเฉย อันนี้ไม่เพียงแต่ละเมิดลิขสิทธิ์เด็กจอห์นนีส์นะ ยังละเมิดลิขสิทธิ์นิตยสารเจ้าของรูปที่ถูกขโมยรูปมาลงอีกด้วย ส่วนที่อ้อม ๆ ก็มีศิลปินที่เลียนแบบสไตล์ทั้งทรงผม การแต่งตัว (ช่วยไม่ได้หนิ ก็เด็กจอห์นนีส์เค้าทำแล้วออกมาดูดี ศิลปินที่ขาดความเป็นตัวของตัวเองก็ต้องเลียนแบบเผื่อจะดูดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อย ๆ มีคนมาหลงเสน่ห์หล่ะ แน่นอนว่าต้องเป็นพวกที่ไม่เคยรู้จักของจริงมาก่อน หุ หุ ) ส่วนที่แอบแฝงก็คงไม่พ้นกลุ่มบริษัทที่ซื้อลิขสิทธิ์ผลงานต่าง ๆ ของเด็กจอห์นนีส์มาเผยแพร่แบบไม่จริงใจ คือซื้อลิขสิทธิ์มากะขายอย่างเดียว ไม่โปรโมทดี ๆ แล้วใครจะไปรู้เล่าว่ามีมาขาย หรือมาออกอากาศให้ชมกัน จะรู้มั๊ยว่ามีการซื้อลิขสิทธิ์มาเป็นตัวแทนในไทยแล้ว ลำบากนักก็เก็บเงินเอาไว้แล้วให้แฟน ๆ เด็กจอห์นนีส์ซื้อของญี่ปุ่นต่อไปดีกว่าที่จะทำแบบนี้แล้วให้เสียความรู้สึกไปเปล่า ๆ เฮ้อ...นี่ยังไม่รวมพวกร้านของของนำเข้าปลีกย่อยที่คิดค่าซื้อ ค่าหิ้วของเข้ามาขายราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็นมากอีกนะ

สามข้อข้างบนเป็นหัวข้อที่นึกออกสำหรับแฟน ๆ เด็กค่ายจอห์นนีส์ในไทย ต่อมาเกี่ยวกับแฟนเด็กจอห์นนีส์โดยรวมบ้างหล่ะ อย่างแรกเลยแฟน ๆ เด็กจอห์นนีส์ ต้องอดทนต่อการต่อแถว ล่าสุดที่ kitsuneไปต่อแถวคือไปSMAP SHOP เพื่อซื้ออัลบั้มใหม่ของ SMAP เวอร์ชั่นที่มีวางขายเฉพาะที่ร้านนี้โดยเฉพาะ kitsuneไปถึงที่ร้านเวลา 11 โมงกว่า ๆ คิดว่าไปซื้อเสร็จแล้วจะแวะไปที่อื่นต่อ ที่ไหนได้ที่หน้าร้านมีแถวยาวไปอีกประมาณสองเสาไฟฟ้า แล้วที่ปลายสุดของแถวมีสต๊าฟถือป้ายบอกว่ารับบัตรคิวที่นี่ พอไปรับบัตรคิวแล้วก็ต้องตะลึงเพราะบัตรนั้นเป็นเบอร์1755 ให้กลับมาต่อแถวอีกทีเวลา 17:00 แล้วบอกอีกว่าให้ต่อเรียงตามคิว อาจต้องใช้เวลาในการต่อแถวอีกราวๆ ชั่วโมงนึงเมื่อถึงคิวแล้วสินค้าอาจหมดได้อีก ให้พระเจ้าช่วยอีตาคุณจอห์นนีส์เหอะ นี่ถ้าเราต่อแถวแล้วของมันมาหมดลงตรงหน้าเราพอดีเนี่ย เราไม่เสียทั้งแรง ทั้งเวลา ไปเปล่า ๆ เร๊อะ ถึงจะคิดอย่างนั้นก็เหอะ kitsuneก็ยังมาต่อคิวตามเวลาพร้อมกับคิดConcept "เป็นแฟนเด็กจอห์นนีส์ต้องอดทน" ขึ้นมาได้ กว่าจะซื้อของเสร็จก็เกือบ ๆ 18:00 ออกจากร้านมาพร้อมหูที่ชาเพราะระหว่างยืนตากฝนต่อคิวเข้าร้านนั้น พวกป้า ๆ ย่า ๆ ที่ได้เบอร์ติด ๆ กันนั้นจับกลุ่มตั้งสมาคมแม่บ้านหนีสามีมาดูหนุ่ม ๆ เม้าท์กันขึ้นมา ตอนแอบฟังก็เพลิน ๆ ดีอยู่หรอกแต่สงสัยจะฟังมากจนเจ็บหูอ่ะ

นอกจากการต่อแถวเข้าร้านSMAP SHOPแล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ งานที่เหล่าแฟน ๆ ต้องอดทนในการเข้าคิวแย่งชิงไม่แพ้การหาซื้อเครื่องเล่นเกมส์Wii ยอดนิยมเลย เช่นงานแจกลายเซ็นต์(ที่เด็กค่ายนี้ไม่ค่อยจะมีจัด) งานจับมือแฟน ๆ (ที่เด็กค่ายนี้มักทำเวลาDebut) การไปต่อแถวเข้าชมการอัดรายการสดบางรายการ หรือเมื่อสมัย Purikura Boom ก็ต้องต่อแถวถ่ายPurikura ที่ร้านจอห์นนีส์เลย ต่อมาก็ต้อง อดทนต่อการแย่งชิง การแย่งชิงในที่นี้รวมตั้งแต่การแย่งชิงซื้อบัตรคอนเสิร์ต ซื้อซีดีล๊อตแรก ไปจนถึงการส่งไปรษณีย์บัตรแย่งชิงบัตรเข้าชมการอัดรายการของเด็กค่ายนี้ ยิ่งเด็กค่ายนี้ออกรายการมากคนเท่าไหร่จำนวนแฟน ๆ ที่แย่งชิงบัตรเข้าชมรายการก็มากขึ้นเท่านั้น เวลาส่งกันทีก็ส่งกันเป็นปึกใหญ่ ๆ ไปรษณีย์บัตรญี่ปุ่นแผ่นนึงก็ 50 เยนเข้าไปแล้ว งานนี้เรียกว่านอกจากเป็นแฟนเด็กจอห์นนีส์ต้องอดทนแล้ว น้องเป๋าของแฟนเด็กจอห์นนีส์ก็ต้องอดทนด้วยหล่ะ

สุดท้ายที่นึกออกในตอนนี้ก็เป็นการ อดทนต่อข่าวลือ ข้อนี้เนี่ยเรียกว่าแฟน ๆ เด็กจอห์นนีส์ต้องมีจิตใจเข้มแข็ง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนไม่สนใจข่าวซุบซิบไปเลย เพราะคนดังมักคู่กับข่าวลือ แล้วเด็กค่ายจอห์นนีส์ก็มักจะเป็นเหยื่ออันโอชะของบรรดาสื่อที่ญี่ปุ่นที่มักถูกนำมาเขียนเป็นข่าวซุบซิบไปจนถึงเป็นสกู๊ปเด็ดซะด้วย ข่าวที่แฟน ๆ เด็กจอห์นนีส์น่าจะฟังจนเบื่อไปแล้วก็หนีไม่พ้นกระแสข่าวที่กล่าวหาว่าอีตาคุณจอห์นนีส์เป็นเกย์แล้วจัดการเด็กในค่ายคนโน้น คนนี้ ตอนแรก ๆ ที่ kitsuneเข้าวงการมา (เริ่มชอบเด็กค่ายนี้) ได้ยินแล้วก็แอบอึ้งเหมือนกัน แต่ก็มาคิดได้ว่า "ถ้าแม้แต่แฟน ๆ ยังไม่เชื่อใจ แล้วจะมีใครที่ยังเชื่อใจเด็กจอห์นนีส์อยู่อีกหล่ะ" ก็เลยไม่ใส่ใจอะไรกับข่าวนี้อีกแล้ว สกู๊ปเด็ดที่มีแถมด้วยรูปแอบถ่ายบางสกู๊ปทำเอาคนถูกเขียนข่าวถ้ายังไม่ได้ Debut ถึงกับถูกให้ออกจากค่ายฯและวงการบันเทิงไปเลยก็มี ส่วนที่โชคดีในโชคร้ายคือ Debut แล้วก็จะถูกพักกิจกรรมชั่วคราวอย่างมีกำหนดบ้าง ไม่มีกำหนดบ้าง ที่เคยโดนมาแล้วกลับมาแล้วที่เห็น ๆ ก็มีคนโปรดของ kitsune 「長瀬智也」 "Nagase Tomoya" แห่งวง TOKIO กับ 「堂本光一」 "Domoto Koichi" แห่งวง KinKiKids ส่วนที่ตอนนี้อยู่ในตู้แช่ของ Johnny's อยู่ก็มี 「内博貴」 "Uchi Hiroki" กับ 「草野博紀」 "Kusano Hironori"2 หนุ่มแห่งวง NEWS ซึ่งเพิ่งโดนงดทำกิจกรรมไม่มีกำหนดไปเมื่อต้นปี2006 ที่ผ่านมา

อ่านมาถึงตอนนี้แล้วอาจมีหลายคนที่พยักหน้าเห็นด้วย อีกหลายคนอาจสายหัวทั้งไม่เห็นด้วย ทั้งคิดว่าคิดมาได้งัยเรื่องแบบนี้ ในชีวิตคนเรามีเรื่องอะไรอีกหลายอย่างให้น่าอดทนกว่านี้อีกตั้งเยอะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะมองได้ในมุมที่แตกต่างกันค่ะ บางอย่างอาจไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาคนหนึ่ง แต่กลับมีค่ามากมายมหาศาลในสายตาของคนอีกคนหนึ่งก็ได้ค่ะ ถึงจะอยู่ในโลกที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ร่วมโลกใบเดียวกันไม่ได้นะคะ

2006/Oct/16

กว่าจะได้เป็นศิลปินของค่าย Johnny's Family นั้นเรียกได้ว่ามีหลายด่านไว้ทดสอบความอดทน ความอึด ความมีใจรัก ความตั้งใจจริง ของหนุ่ม ๆ ค่ายนี้กันเลยหล่ะ

ด่านแรกคือการฝ่าฟันเข้ามาเป็นศิลปินในสังกัด Johnny's Family ให้ได้ก่อน ตัวเด็กเอง(ที่เรียกว่าเด็กเพราะเข้าสังกัดกันตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกจริง ๆ รุ่นเด็กก็ราว ๆ ประถม 5 แต่ที่เด็กกว่านั้นก็มี) ผู้ปกครอง หรือเพื่อน ๆ ที่เห็ฯแววจะส่งจดหมายแนะนำตัวผู้สมัครพร้อมรูปถ่ายไปที่บริษัทจอห์นนีส์ จากนั้นคุณ Johnny Kitagawa หรือ สต๊าฟ ของบริษัทจะทำการตรวจดูเอกสารที่มาจากทั่วประเทศญี่ปุ่นเพื่อทำการคัดเลือกก่อน ถ้าดูจากเอกสารแล้วน่าสนใจ รูปดูดี จนสามารถผ่านรอบแรกมาได้ ก็จะมีการโทรศัพท์ไปนัดให้มาทำการคัดเลือกในรอบต่อไปเพื่อคัดตัวเข้ามาเป็นศิลปินในสังกัด ในรอบนี้ก็เรียกว่าเป็นการดูแววศิลปินกันหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การแสดงออก ความเป็นตัวของตัวเอง การพูดการจา ฯลฯ กว่าจะผ่านการคัดเลือกมาได้ก็เหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่แล้ว เมื่อผ่านด่านนี้ได้ก็จะไดรับการเทรนการเต้น แล้วเริ่มเปิดตัวก้าวแรกในชื่อกลุ่ม Johnny's Jr.

ด่านต่อมาคือการประสบความสำเร็จในกลุ่ม Johnny's Jr. หล่ะ หลังจากที่เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Johnny's Jr. แล้วก็จะเข้าสู่ระยะการสั่งสมประสบการณ์ในวงการบันเทิง โดยเริ่มจากการได้เปิดตัวในฐานะ New Face ของ Johnny's Jr. ลงในนิตยสารหลัก ๆ พวก Myojo, Potato, Duet, WinkUp แล้วอาจเลยไปถึงพวกPopolo, Kindai ฯลฯ ด้วยมีการแบ่งให้อยู่ในกลุ่มย่อยชื่อต่าง ๆ ได้ออกรายการโทรทัศน์ที่มี Johnny's Jr. เป็นตัวดำเนินรายการหลัก ได้เต้นบนเวทีคอนเสิร์ตหรือได้ออกรายการทั้งถ่ายทอดสด และบันทึกเทป โดยเป็นBack Up ให้กับวงรุ่นพี่ที่Debut ไปแล้ว (แน่นอนว่าเหล่ารุ่นพี่เหล่านี้ก็เป็นอดีตBack Up ของวงรุ่นพี่ๆ อีกทีเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะDebutไปแล้วแต่อดีตBack Up เหล่านี้ก็ยังกลับมาเต้นBack Upให้กับวงรุ่นพี่ได้อีกในโอกาสพิเศษ ๆ อย่างในCountdown Concert เป็นต้น) ได้ไปออกรายการเพลงต่าง ๆ โดยร้องเพลงของรุ่นพี่บ้าง บางคนที่มีแววดี ๆก็จะมีงานเล่นละครบ้าง เล่นโฆษณา(CM)บ้าง เมื่อประสบความสำเร็จอยู่ในระดับท๊อป ที่มีแฟน ๆ ประจำอยู่จำนวนมากพอสมควรแล้ว ก็อยู่ในช่วงลุ้นให้ได้Debut กันหล่ะ

ด่านสุดท้าย กว่าจะได้Debut ระยะเวลาจากการเป็น Johnny's Jr. จนถึงการได้Debut นั้นแต่ละคนก็จะต่างกันไปแต่อย่างน้อยที่สุดก็เป็นปีหล่ะนะ แล้วแต่ความสามารถ รูปร่างหน้าตา ความดัง โอกาส และที่สำคัญคือการตัดสินใจของคุณ Johnny Kitagawa ว่าจะให้Debut ได้เมื่อไหร่ เรียกได้ว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดเลย เพราะวงดัง ๆ อย่าง KinKiKids หรือ Tackey&Tsubasa ก็ถูกดองมานานจนทั้งแฟน ๆ ทั้งศิลปินลุ้นกันจนแทบหมดแรงมาแล้ว แต่ผลที่ได้หลังการDebutก็ดังเปรี้ยงปร้างยอดขายทะลุเป้าขึ้นพอประมาณขึ้นอันดับ 1 Oricon Chartไปเลย วงน้องใหม่อย่างวง KATTUN ก็เรียกว่าโดนดองไม่ได้Debutแบบทรมานใจแฟน ๆ กะศิลปินหอมปากหอมคอพอประมาณเหมือนกัน แต่ยอดขายซีดีก็ได้กว่า 1 ล้านแผ่นในยุคซีดีเถื่อน MP3 ระบาด อย่างนี้เรียกว่าเป็นยอดขายที่น่าพอใจทีเดียวส่วนวงที่อยู่ ๆ ก็จับมารวมกันโดยที่ไม่มีการฟอร์มวงมาก่อนให้แฟน ๆ แปลกใจก็มีเหมือนกันอย่างวง ARASHI วง NEWS วง Kanjani8 เนี่ย อยู่ ๆ ทางบริษัทก็แถลงข่าวDebutออกซีดีให้เลยเหมือนกัน ถึงแฟน ๆ จะตกใจแค่ไหน แต่ก็เตรียมน้องเป๋าพร้อมจ่ายวันซีดีออก ทำให้ยอดขายขึ้นอันดับ 1 Oricon Chart เหมือนกัน (แล้วคุณจอห์นนีส์จะกั๊กไว้ทรมานใจแฟน ๆ ไปทำไมหล่ะเนี่ย ไม่เข้าใจเลยแฮะ)

2006/Oct/16

เสน่ห์ของเด็กค่าย JohnnyCompany ก็คงไม่พ้นความนับถือรุ่นพี่รุ่นน้องกัน ตั้งแต่รุ่นพี่ใหญ่อย่างวง Shonentaiจนถึงวง KATTUN ที่เพิ่งDebutเมื่อ 23 มี.ค.2006 นี้ ด้วยความที่ค่ายจอห์นนีส์รับเด็กเข้ามาในสังกัดเป็น Johnny's Jr. ทั้งรุ่นเล็ก(อายุราว ๆ ชั้นประถม5) และรุ่นใหญ่(อายุราว ๆชั้นมัธยม)ทำให้เด็กค่ายนี้ได้ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นส่วนใหญ่ทั้งในบ้านจอห์นนีส์ ในเวลาฝึกซ้อม หรือแม้แต่เวลาทำงาน จึงมีความผูกผันกันเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อนกัน จะเห็นได้ว่าเวลาเด็กค่ายนี้ไปออกรายการต่าง ๆ ก็ยังมีการเอ่ยถึงกันบ้าง แอบเผากันเองออกอากาศบ้าง แอบนินทาคุณจอห์นนีส์ออกอากาศบ้าง เล่าเรื่องราวชีวิตในบ้านจอห์นนีส์ให้ฟังบ้าง จนเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเลย

เสน่ห์อีกอย่างของเด็กค่ายนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากศิลปินในบ้านเราได้อย่างชัดเจนคือ "ความอดทน" "ความพยายาม" "ความตั้งใจจริง" และ "ฝีมือ" ที่แฟน ๆ จะได้เห็น ติดตาม และคอยให้กำลังใจกันได้ตั้งแต่ตอนเริ่มเปิดตัวเป็นNew Face ของ Johnny's Jr. เป็นปี ๆ กว่าจะได้Debut กันเลย เรียกว่ากว่าจะได้ Debut นั้น ทั้งตัว Johnny's Jr. เอง ทั้งแฟน ๆ ก็จะได้เห็นคนที่ทนไม่ไหวกับความเข้มงวดของบริษัทและวงการจนลาออกไปก็มี คนที่อดทนรอให้โอกาสDebut มาถึงไม่ไหวลาออกไปเรียนต่อก็มี เรียกว่าไม่อึด ไม่รักงานด้านนี้จริง ก็อยู่ได้ไม่ถึงDebut กันหล่ะ

เรียกได้ว่าถ้าเป็นเด็กสังกัด Johnny Company Japan แล้วหล่ะก็ หน้าตาต้องพอไปวัดไปวาได้ถึงดูดี เสียงต้องได้รับการเทรนให้มีพลังและต้องพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ การเต้นต้องคล่องและพร้อมกันทั้งวง มีสไตล์ คาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง จะขาดจะเหลือไปบ้างก็แล้วแต่ศิลปินไป ต้องมีคุณภาพอยู่ในระดับที่ทางจอห์นนีส์ยอมรับได้ ส่วนศิลปินในบ้านเรานั้น จุดแข็งเลยคือหน้าตาดีถึงดีมากกก ทั้งสวย ทั้งหล่อ จนแทบหาผู้ร้ายไม่ได้เลย แต่ในเรื่องความอดทนต่อความเข้มงวดของวงการและความตั้งใจจริงในการพัฒนาฝีมือนั้นมีน้อยกว่ามาก นอกจากนั้นยังมีศิลปินบางส่วนที่อาศัยการเลียนแบบศิลปินต่างประเทศตั้งแต่คาแรกเตอร์ไปจนถึงนำเพลงของศิลปินนั้น ๆ มาร้องโดยใช้ทำนองเหมือนกันแต่ร้องเป็นเพลงไทยอีกต่างหาก แบบแรกยังนับเป็นแบบไทย ๆ ว่าง ๆ ติดตามผลงานดูสนุก ๆ ก็เพลินไปอีกแบบ แต่แบบหลังนี่แหล่ะที่เห็นแล้วทำเอาหมดศรัทธา ความรู้สึกอยากสนับสนุนคนไทยด้วยกันหายไปหมดเลย เฮ้อ...