หายหน้าหายตากันไปพักใหญ่ ๆ โดยไม่ได้อัพเดทข่าวสารเด็ก ๆ ค่ายจอห์นนีส์ทั้งในโฮมเพจและในบล๊อคในระหว่างที่เข้าสู่ภาวะซบเซาkitsune เลยถือโอกาสกลับมาอัพเดทบล๊อคสักหน่อย อาจจะยังไม่ได้เริ่มแปลข่าวต่าง ๆ ในทันที แต่ก็ขออัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันของ kitsune ก่อนแล้วกัน
ช่วงที่หายไปนี้kitsune เริ่มศึกษาการลงทุนอย่างจริงจัง โดยศึกษาจากหนังสือและเว็บบอร์ดต่าง ๆ จากที่ไม่รู้อะไรเลย ได้เริ่มลงทุนในกองทุนรวม(Mutual Fund) เป็นครั้งแรก ซึ่งแค่กองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศเองยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งกองทุนที่ลงทุนในตราสารตลาดเงินกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้กองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน(หุ้น)กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนแบบผสม กองทุนRMF กองทุนLTF ฯลฯ แต่ละกองทุนก็มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกันไปจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน เพราะเมื่อลงทุนไปแล้วจะได้จะเสียก็เป็นเงินของเราที่อุตส่าห์อดออมมาเอง
ในภาวะเศรษฐกิจที่ดอกเบี้ยธนาคารมีแต่ต่ำลงทุกวัน ๆ kitsuneได้ตัดสินในลงทุนในกองทุนเปิดที่ลงทุนในตราสารตลาดเงินเป็นกองทุนแรกเพราะเป็นกองทุนประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง สามารถขายคืนได้ทุกวันทำการ(ขอไม่บอกว่าธนาคารอะไร เพราะทุกธนาคารมีกองทุนประเภทนี้ทั้งนั้น และผลตอบแทนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่)ผลจากการลงทุนเฉลี่ยได้เงินเพิ่มขึ้นประมาณวันละบาทกว่า ๆ ต่อเงินลงทุนหนึ่งหมื่นบาท อืมม์..ไม่เลว ความเสี่ยงต่ำดีด้วย แต่มีข้อควรระวังตรงรายละเอียดการลงทุนนั้นมีลงทุนในตราสารใดที่มีความเสี่ยงต่อหนี้สูญหรือไม่อย่างไร โดยเราสามารถศึกษาได้จากหนังสือชี้ชวน(สามารถดูได้จากโฮมเพจของบลจ. หรือขอกับทางธนาคารต้นสังกัด)ต่อมาก็รู้สึกว่ารับความเสี่ยงได้เพิ่มมากขึ้น จึงขยายการลงทุนไปลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งมีผลตอบแทนมากกว่าตราสารตลาดเงินขึ้นมาหน่อย สภาพคล่องลดลงนิดนึง โดยสามารถขายคืนได้เดือนละครั้งเท่านั้น ซึ่งผลตอบแทนก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าพอใจเลยหล่ะ
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ kitsune เข้าใจได้ลึกซึ้งถึงคำกล่าวที่ว่า "มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนตราสารเงิน" ขึ้นมา โดยที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายมาเป็นระลอก ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเงินที่ควรจะเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ กลายเป็นลดลงทุกวัน ๆ จนเมื่อ kitsuneทำการขายคืนทั้งหมดนั้นกำไรที่ได้ก็เหลือน้อยเต็มที (ยังดีนะที่ถอนตัวออกมาได้ทันก่อนจะขาดทุน) ทำให้kitsune ได้เรียนรู้ว่าในช่วงที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยสูงนั้น ควรจะติดตามข่าวสารให้ใกล้ชิดหน่อย ถ้าไม่แน่ใจให้สับเปลี่ยนกองทุนมาเป็นกองทุนตราสารตลาดเงินก่อนเพื่อความปลอดภัย ได้เงินน้อยหน่อยดีกว่าขาดทุน!!
ต่อมา kitsune ก็ได้ทดลองลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน(หุ้น) โดยตัวแรกที่ลงทุนก็เป็นกองทุนหุ้นแบบPassive โดยอิง SET50 เป็นหลัก ผลปรากฎว่าได้ผลกำไรดีกว่าตราสารแห่งหนี้เสียอีก แต่มีความยากตรงที่เราต้องดูแนวโน้มตลาดหุ้นให้ถูกต้อง เข้าซื้อตอนที่คาดว่าตลาดหุ้นจะติดลบ หรือ ลงต่ำจนถึงที่สุดแล้ว และขายตอนที่ตลาดหุ้นขึ้นสูง ส่วนกำไรที่ได้มาก แต่ถ้าเข้าผิดจังหวะ คือไปเข้าตอนที่ตลาดหุ้นอยู่จุดสูงสุดแล้ว วันต่อ ๆ มามีแต่ต่ำลง ๆ ก็จะต้องมาหาวิธีแก้ โดยการซื้อถัวเฉลี่ยบ้าง ขั้นเลวร้ายก็อาจจะต้องขายทิ้งขณะที่ยังขาดทุนน้อย ๆ ดีกว่าทนถือไปจนขาดทุนมาก เรียกว่าตั้งแต่เข้ากองทุนหุ้นเนี่ย ต้องทำการบ้านมากกว่าเดิมหลายเท่าเลยหล่ะ แต่ kitsune ยังไม่เคยถึงขนาดต้องขายขาดทุนนะ มีแต่ได้กำไรน้อยเท่านั้นเอง เหอ ๆ จากนั้น kitsune ได้ลองลงทุนในกองทุนหุ้นแบบ Active ดูบ้างเพราะอยากรู้ถึงความแตกต่าง เพราะอ่านในทฤษฎีก็รู้แต่เพียงว่ากองทุนแบบ Passiveเป็นกองทุนที่พยายามให้ผลการดำเนินงานของกองทุนเหมือนกับดัชนีที่กองทุนนั้นอ้างอิง คือ SET50เป็นหลักส่วนกองทุนแบบ Activeเป็นกองทุนที่พยายามให้ผลการดำเนินงานเอาชนะตลาดให้ได้ เมื่อได้ทดลองลงทุนด้วยตัวเองแล้วปรากฎว่ากองทุนแบบ Activeถือแล้วสบายใจกว่ากองทุน Passiveมาก โดยเราไม่ต้องติดตามดูแบบใกล้ชิดก็ได้ เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ส่วนกองทุน Passiveนั้นเหมาะสำหรับเล่นเก็งกำไรระยะสั้นเวลาซื้อแล้วติดตามใกล้ชิดหน่อยก็ดี แต่กองทุนทั้งสองแบบก็มีข้อเสียตรงที่เราจะรู้ราคาของกองทุนที่เราซื้อได้ก็เมื่อปิดตลาด จบวันนั้นแล้วเท่านั้น ซึ่งในระหว่างวันหุ้นอาจจะขึ้นตอนเช้า ลงตอนบ่าย กระชากลงตอนปิดตลาดก็ได้ ทำให้คาดการณ์ราคาหน่วยลงทุนได้ลำบาก
kitsune เลยตัดสินใจลองโดดลงไปลองซื้อขายจริงในตลาดหุ้นดู บอกได้เลยว่าต้องทำการบ้านมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จนไม่มีเวลาตามข่าวเด็ก ๆ ค่ายจอห์นนีส์เลย มีทั้งกำไร ทั้งขาดทุนกันไป วัน ๆ ก็ต้องคอยติดตามข่าวต่าง ๆ วิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ว่าแนวโน้มตลาดจะไปทางไหน ทำให้คิดว่าบางที kitsune อาจจะไม่เหมาะกับตลาดหุ้นก็ได้ แต่ยังไง kitsune ก็คงจะลองศึกษาดูอีกสักพักแล้วกัน ตอนนี้ก็กำลังเล็ง ๆ กองทุนเปิด ETF กองแรกของไทยคือ TDEX อยู่ เพราะสามารถซื้อขายได้ในระหว่างวัน รู้ราคาที่เราจะซื้อได้เลย ไม่ต้องรอให้จบวันก่อน คงต้องรอให้ราคาลงมากกว่านี้ถึงจะลองซื้อหล่ะ แล้วผลเป็นงัย kitsune คงจะมาเขียนไว้ใน Blog. คราวหน้าแล้วกัน